Lab 3 การวิเคราะห์ข้อมูล

การจัดการมาตราส่วนแผนที่ (Map scale management)



วิธีการ
            ให้เรา Copy ข้อมูลที่ชื่อว่า Chaopaya ไปไว้ใน Folder ที่เราจะเก็บงาน เพราะ ข้อมูลแรกยังไม่มีค่าพิกัด



ให้เราลองเข้าไปดูค่าพิกัด โดยการคลิกขวาที่ Chaopaya  จากนั้นให้เรา เลือก Properties จะขึ้นหน้าต่าง Layer properties แล้วให้เราเลือกคำสั่ง Source จากนั้นให้เราดูที่ตัว Coordinate System ซึ่งมันจะขึ้น <Undefined> แสดงว่าข้อมูลยังไม่ได้กำหนดค่าพิกัด


แต่ก่อนที่เราจะกำหนดค่าพิกัด ให้เราไปกำหนดหน่วยของแผนที่ให้กับข้อมูลก่อน ให้เราดูที่ Stastus Bar ข้างล่างขวามือ จะขึ้น Unknown Units ให้เราไปที่คำสั่ง View --> Data Frame Properties…


จากนั้นเลือกแท็ปที่ชื่อว่า General โดยให้เรากำหนดค่าที่หัวข้อ Units  และเปลี่ยน Map และ Display ให้เป็น Meters (เมตร) เราควรกำหนวดหน่วยของ Display ให้สอดคล้องกับหน่วยของ Map ด้วย เมื่อเลือกเสร็จให้กด OK


โดยที่ถ้าเรามีหน่วยให้กับแผนที่แล้ว จะมีค่ามาตราฐานให้เราเลือกดูในช่องมาตราส่วนซึ่งอยู่ข้างบน โดยจะเป็นค่ามาตรฐานของโปรแกรม 


จากนั้นจะขึ้นหน้าต่าง Scale Setting ขึ้นมา และไปที่แท็ปแรกที่ชื่อว่า Standard Scales และให้เรากำหนดมาตราส่วนที่เราต้องการ ลงไปในช่องแรกได้เลย ต่อไปให้ กด Add ก็จะมีมาตราส่วนปรากฎในช่องข้างล่าง 


หรือถ้าเราต้องการจะลดมาตรส่วน ให้กดมาตตราส่วนที่เราจะลบ แล้วกด Delete


กำหนดและแปลงระบบพิกัดภูมิศาสตร์
            โดยถ้าแผนที่มีระบบพิกัดต่างกัน จะซ้อนกันไม่สนิท หรืออันหนึ่งมีค่าพิกัด อีกอันหนึ่งไม่มี ก็จะไม่สามารถซ้อนกันได้ โดยใช้คำสั่ง Defind Projection
วิธีการ
            ให้เราไปหาเครื่องมือจาก ArcToolbox window ห้เราเลือก ArcToolbox ที่ชื่อว่า Data Management และ Toolset ที่ชื่อว่า Projections and Transformations และเลือกคำสั่งที่ชื่อว่า Define Projection


จะขึ้นหน้าต่างขึ้นมา ให้เราใส่ข้อมูลในส่วนแรกคือ Input Dataset or Feature Class เลือกข้อมูลที่จะใส่ลงไป จากนั้นในส่วนที่สอง คือ Coordinate System  จะขึ้น Unknown ให้เราคลิกที่ เพื่อที่กำหนดค่าพิกัด
ให้กับมัน จากนั้นเมื่อเราเลือกแล้วันจะโชว์ที่เราเลือกในช่อง ให้กด OK ได้เลย ถ้าเราทำสำเร็จ จะขึ้นเครื่องหมาย
สีเขียวขึ้นมา แสดงว่าเราทำสำเร็จแล้ว


การแปลงระบบพิกัดให้กับข้อมูล
            ใช้กับข้อมูลที่มีระบบพิกัดอยู่แล้ว แต่เราต้องการจะแปลงเป็นระบบพิกัดอื่น เช่น การแปลงระบบพิกัดภูมิศาสตร์ให้เป็นระบบพิกัดกริด เป็นต้น
วิธีการ
จากนั้นให้เรา Remove ข้อมูลไปได้เลย โดยการคลิกขวาที่ข้อมูล แล้วกด Remove แล้วไปเปิดเอกสารใหม่ขึ้นมา  New Map File


ให้เราคลิกที่ Blank Map --> OK โดยไม่ต้องกด Save 


ให้เราเปิดข้อมูลอยู่ในโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า World ซึ่งข้อมูลชื่อว่า country โดยการที่เราลากมาเปิดในพื้นที่แสดงข้อมูลได้เลย ซึ่งแผนที่ที่เปิดมานั้นเป็นแผนที่โลก


ต่อไปให้เราดูค่าพิกัดว่าเป็นพิกัดอะไร โดยให้เราคลิกขวาแล้วเลือก Properties --> ดูที่แท็ป Source จากนั้นดูที่ Geographic Coordinate System หรือดูที่ Datum ก็ได้ ดังภาพ ซึ่งปรากฎเป็นพิกัดภูมิศาสตร์ ให้กด OK ได้เลย


ต่อไปให้เราไปหาเครื่องมือที่อยู่ใน ArcToolbox ที่ชื่อว่า Data Management Tools และเลือก Toolset ที่ชื่อว่า Projections and Transformations เลือกเครื่องมือที่ชื่อว่า Project จะมีหน้าต่าง Project ขึ้นมา โดยจะมีช่องให้เราเลือก ช่องแรก คือ Input Dataset or Feature Class ให้เราเลือกข้อมูลที่จะ Input ได้แก่ Country  


จากนั้น ดูตรงหัวข้อ Output Coordinate System ให้เราเลือกพิกัดใส่ให้กับแผนที่ โดยคลิกเลือกที่  จะมีหน้าต่างขึ้นมา ในแท็ปที่ชื่อว่า XY Coordinate System --> Select… --> Projected Coordinate --> UTM --> WGS 1984 --> Northern Hemisphere --> WGS 1984 UTM Zone 47N.prj --> OK อีกครั้ง เมื่อเราเซตค่าเสร็จแล้ว ให้กด OK ได้เลย

เมื่อเราทำสำเร็จจะมีเครื่องหมายถูกสีเขียวขึ้นมาเตือน จะเห็นได้ว่า มีการแย่งพื้นที่ที่เรากำหนดไว้แสดงออกมาด้วยสีที่ต่างกัน  



การแปลงพื้นหลักฐาน หรือ Datum
            ในบางครั้งที่เราต้องการจะใช้งาน Datum นั้น ยังเป็นระบบเก่าอยู่ เพราะเมือ่กาอนประเทศไทยใช้แบบ Indian 1975 แต่ปัจจุบันใช้ WGS 1984 ดังนั้นเราจึงต้องมีการแปลง Datum

วิธีการ
                ให้เราเปิดหน้าเอกสารขึ้นมาใหม่ โดยเลือกที่ New Map File ห้เลือกเหมือนเดิมคือ Blank Map --> กด OK ไม่ต้องSave เปิดข้อมูล จากนั้นให้เปิดข้อมูลที่ชื่อว่า Province_WGS84UTM47N ลากเข้ามาเปิดในพื้นที่แสดงข้อมูล โดยข้อมูลที่ได้มาเป็น WGS 1984



จากนั้นให้เปิดอีกข้อมูลหนึ่งที่ชื่อว่า Bangkok_Indian1975UTM47N โดยการลากเข้ามาเปิดในพื้นที่แสดงข้อมูล โดยข้อมูลที่เปิดมา มีระบบพิกัดเป็น Indian 1975 ซึ่งคนละพิกัดกับอันแรก หรือ คนละ Datum


ให้เราลองซูมไปที่ Bangkok_Indian1975UTM47N โดยการคลิกขวา เลือก Zoom to Layer  ซึ่งเราจะเห็นว่า มีพท ที่ OverLab กันอยู่ หรือ ซ้อนทับกัน หรือเป็นค่า Error เพราะเปิดคนละ Datum ขึ้นมา


เราจะเห็นว่า ที่ห่างกัน เป็นหลักหลายเมตร หรือหลายร้อยเมตร ถ้าเราอยากลองวัดดู หเราคลิกที่คำสั่ง ไม้บรรทัด  จากนั้นให้เราลองวัดระยะห่างดู จะมีเลขขึ้นในหน้าต่าง Measure


ดังนั้นเราต้องมีการแปลงพิกัดให้เหมือนกันก่อนเพื่อที่แผนที่จะได้ซ้อนทับกันสนิท  โดยให้เราเลือกที่ชั้นข้อมูล Bangkok_Indian1975UTM47N จากนั้นคลิกขวาที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของแผนที่ --> Data Frame Properties…


ให้ดูแท็ปที่ชื่อว่า Coordinate System จะโชว์สองส่วนคือ ส่วนแรก Current coordinate system และส่วนที่สอง คือ Select a coordinate system ให้เราเลือกเปิดตรง Layers ดูว่าBangkok และ Province มีระบบพิกัดอะไร
ให้เรากดปุ่ม Transformations… 


จะขึ้นหน้าต่างย่อย Data Frame Properties ขึ้นมา ส่วนแรก Convert from คือ เราต้องการจะแปลงจากอะไร ในที่นี้คือเราจะแปลงจาก GCS_Indian 1975 ให้เราคลิก ช่องต่อมา Into คือ เราต้องการแปลงเป็นอะไร ในที่นี้คือ GCS_WGS 1984 


ต่อไปเป็นค่ามารามิเตอร์ที่เราต้องเข้าไปเซต หรือค่าแกน XYZ ให้เรากดปุ่ม New... 


จะขึ้นหน้าต่าง New Geographic Transformation จะโชว์รายละเอียดต่างๆ คือ Source GCS คือ ระบบเดิม ส่วน Target คือ ระบบที่เราต้องการจะให้เปลี่ยน หรือเป้าหมายที่จะเปลี่ยน จากนั้นให้ดูหัวข้อ Parameters เราต้องกรอกข้อมูลลงใน แกน XYZ ในช่อง Value คือ X=206 Y=837 Z=295 จากนั้นให้กด OK สองครั้ง


จะเห็นได้ว่า แผนที่จะทับกันสนิทแล้ว จากเดิมที่มัน OverLap กันอยู่ ดังภาพที่เห็นนี้ จากนั้นให้ Remove ข้อมูลออกไป 



การทำ append
เป็นการรวมข้อมูล โดยเราสามารถเอาแผนที่มารวมกันหลายๆระวางได้ มีหลักการต่างจากการ Merge
วิธีการ
            ให้เรา เปิดหน้าใหม่ขึ้นมาจาก Blank Map จากนั้นเปิดหาข้อมูล LU5038I และ LU5038I ให้เรา Copy ไปไว้ในโฟลเดร์ใหม่ เพื่อที่งานจะได้ไม่หายไป  เมื่อเสร็จแล้วให้ลากข้อมูลมาเปิดในพื้นที่แสดงข้อมูลได้เลย


หาเครื่องมือใน ArcToolbox ที่ชื่อว่า Data Management Tools --> General --> Append ดับเบิ้ลคลิกขึ้นมา


จะขึ้นหน้าต่าง Append ให้ดูที่ช่องว่างๆ ให้เราเพิ่มข้อมูล หรือ ช่องที่เราจะรวม คือ LU5138iv ต่อไปดูช่อง Target Dataset คือ ช่องที่ถูกรวมข้อมูล คือ LU5038i และ ดูที่ช่อง Schema Type เป็น TEST คือ ตัวโครงสร้างข้อมูลต้องเหมือนกัน ให้เราลอง กด OK มันจะขึ้น Error


ให้เราทำแบบเมื่อกี้ แต่ลองเปลี่ยนเป็น NO TEST  คือ โครงสร้างข้อมูลไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกัน จากนั้น กด OK


เราจะได้ข้อมูลที่ถูกรวมกันแล้ว คือ 


การอิลาส
เป็นการตัดโพลิกอนหรือข้อมูล  ตามรูปร่าลักษณะของตัวอีลาส
วิธีการ
เปิดข้อมูล Geo Database ที่ชื่อว่า PathumThani --> เปิดข้อมูล SOILS กับ WATER โดยการลากเข้ามาในพื้นที่แสดงข้อมูล  โดยเอาข้อมูล Water ไว้ข้างบน


ให้เราลองซูมเข้าไปดูตรง Water โดยใช้ Zoom In  และเปลี่ยนสีให้แสดงถึงความแตกต่าง


ให้เราเข้าไปหา เครื่องมือ Erase ใน ArcToolbox ที่ชื่อว่า Analysis --> Overley --> Erase ให้ดับเบิ้ลคลิกเปิดขึ้นมา จะขึ้นหน้าต่าง  Erase จะมีหัวข้อให้เราเชตข้อมูล ส่วนแรก คือ Input Feature  คือ SOILS ส่วนตัว Erase Feature คือ Water และเลือกที่ Save งาน พร้อมตั้งชื่อ จากนั้นกด OK


ผลที่ได้ก็จะออกมาดังภาพ ให้เราลองเปิดแต่ข้อมูล erase จะเป็นส่วนที่ตัดออกไป



การจัดข้อมูลใหม่ (Reclassify)
ใช้ได้เฉพาะข้อมูลราสเตอร์ จุดและเส้นใช้ไม่ได้

เปิดข้อมูลที่ที่อยู่ในโฟลเดอร์ Prachinburi ชื่อว่า Prachindem30mให้ลากข้อมูลเข้ามาเปิดในพื้นที่แสดงข้อมูล


จากนั้นค้นหาเครื่องมือใน ArcToolbox โดยหาที่ Spatial Analyst Tools --> Reclass --> Reclass ให้ดับเบิ้ลคลิกขึ้นมา จะขึ้นหน้าต่าง ให้เราใส่ข้อมูลช่อง Input Raster คือ Prachindem30m และช่อง Reclass Field เป็น Value และเลือกโฟลเดอร์ที่จะ Save จากนั้นให้กด Classify…


จะขึ้นหน้าต่าง Classification ตรง Method เป็นวิธีการในการแบ่งกลุ่ม เราสามารถที่จะเปลี่ยนได้ แต่ถ้าเราต้องการ จะเพิ่มหรือลด Classes ให้เราเลือกเป็น Equal Interval ก่อน และเลือกเปลี่ยนตัวเลข จากนั้นให้กลับไปเลือก Manual เหมือนเดิม และไปกำหนดค่าในช่องของ Break Values ตามที่เราต้องการ จากนั้นให้กด OK


เราก็จะได้ค่าออกมาตามที่เราเซตค่าเอาไว้


ให้เราเลือกที่ Save งาน จากนั้น ให้กด OK ได้เลย


จะขึ้นภาพที่มีการจัดกลุ่มที่เราตั้งค่าเอาไว้ ตามสีและตัวเลขในช่อง Table Of Contents


ให้เราลองเปิดดูในตาราง Open Attribute Table ขึ้นมาดู


จะได้ฟิลด์มา 3 ฟิลด์ คือ Rowid Value และ Count  คือ นับจำนวนพิกเซลมาให้เราแล้ว 


และถ้าเราต้องการดูค่าพิกเซล ให้เราไปคลิกขวาที่ตัวข้อมูล ไปที่ Properties…


ไปดูที่แท็ป Source ดูที่ช่อง Cellsize (X,Y) เป็นต้น
















 































 




 





 









 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น