Captu.re Lab 10 การวิเคราะห์โครงข่าย
ให้เปิดโปรแกรม
ArcMap
10 ขึ้นมา
ให้ทำการ Connect Folder RTArcGIS เข้ามา
โดยไปที่ เครื่องมือ Connect to Folder -> RTArcGIS -> OK
ต่อไปให้ทำการสร้าง Folder เก็บข้อมูลขึ้นมาใหม่โดยการคลิกขวาที่
Folder RTArcGIS -> New -> Folder แล้วตั้งชื่อว่า Network
ต่อไปให้เราเปิดข้อมูล Feature
Class Street โดยไปที่ Folder RTArcGIS -> Network
Analysis -> RoadNetwork -> Personal Geodatabeas Paris -> Feature
Dataset RoadNetwork -> Feature Class Street
จากนั้นให้เปิด Attribute ของ Street ขึ้นมา โดยคลิกขวาที่ชั้นข้อมูล Feature Class Street -> Open Attribute Table
ก็จะได้หน้าต่าง Table ของ Street ขึ้นมา ให้เราทำการตรวจสอบข้อมูลของตารางเสร็จแล้วให้ปิดตารางไปได้เลย
ต่อไปให้เปิดข้อมูล Feature Class ParisTurns
ขึ้นมา โดยไปที่ Folder RTArcGIS -> Network Analysis
-> RoadNetwork -> Personal Geodatabeas Paris -> Feature Dataset
RoadNetwork -> Feature Class
ParisTurns
จากนั้นให้ทำการเปลี่ยนสัญลักษณ์ของ Paris
Turns ใหม่ โดยดับเบิ้ลคลิกที่สัญลักษณ์ของ Paris Turns แล้วจะได้หน้าต่างสัญลักษณ์ขึ้นมาให้เลือกอันแรกแล้วกด OK
ก็จะได้สัญลักษณ์ใหม่ขึ้นมาแล้วให้เราซูมเข้าไปดูก็จะเห็นว่าเป็นข้อมูลของจุดเลี้ยว
ต่อไปให้เราเปิด Attribute ของ Paris Turns ขึ้นมา โดยคลิกขวาที่ชั้นข้อมูลของ Paris Turns -> Open
Attribute Table
ก็จะได้หน้าต่าง Table ของ Paris Turns ขึ้นมา ให้ทำการตรวจเช็คข้อมูล เสร็จแล้วปิดหน้าต่างลงไปได้เลย
เสร็จแล้วให้ทำการ Remove ข้อมูลทั้งสองตัวออก
แล้วทำการสร้าง Presonal Geodatabase โดยไปคลิกขวาที่ Folder
Network -> New -> Presonal Geodatabaseตั้งชื่อว่า MyNetwork
ต่อไปให้ทำการสร้าง Feature Dataset โดยไปคลิกขวาที่ Presonal Geodatabase MyNetwork -> New -> Feature Dataset…
ก็จะมีหน้าต่าง New Feature Dataset ขึ้นมา
ให้ตั้งชื่อว่า ParisNetwork แล้วกด Next
ต่อไปให้ทำการใส่ค่าพิกัดของ Street โดยกดที่ Import…
แล้วมาที่ Folder Network Analysis -> Roadwork -> Result -> Paris
-> Roadwork -> Street แล้วกด Add
ก็จะได้ค่าพิกัดของ Street ขึ้นมา แล้วกด Next >
กด Next
กด Finish ก็จะได้ Feature Class
ParisNetwork ขึ้นมา
ต่อไปให้ทำการนำเข้าข้อมูล Street
กับ Paris turns เข้ามาไว้ที่ Feature
Dataset ParisNetwork โดยคลิกขวาที่ Feature Dataset
ParisNetwork -> Import -> Feature Class(Multiple)
ก็จะมีหน้าต่าง Feature Class to Geodatabase (Multiple) ให้เรากดที่รูปแฟ้ม เลือกข้อมูล Paris Turns กับ Street
แล้วกด Add แล้วกด OK
ต่อไปให้ทำการสร้าง Network Dataset… โดยคลิกขวาที่ Feature Dataset ParisNetwork ->
New -> Network Dataset…
ถ้ามันขึ้นมาแบบนี้ ให้เราปิดโปรแกรม
แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง จึงจะสามารถทำต่อไปได้
พอเปิดโปรแกรมขึ้นมาก็ให้ทำการสร้าง Network
Dataset… แล้วจะได้หน้าต่าง New Network Dataset ขึ้นมาให้เราตั้งชื่อ แล้วกด Next
Next
Next
กด Connectivity…
ช่อง Connectivity Po… เปลี่ยนจาก End
Point เป็น Any Vertex แล้วกด OK แล้วกด Next
ต่อไปจะเป็นการเซตค่า Elevation หรือค่าความสูงให้กับถนน
แต่ข้อมูลของเราไม่มีค่าความสูงของเส้นถนนเราก็ไม่ต้องเลือก Field -> จากนั้นคลิก Next
ต่อไปให้ทำการเพิ่ม Field ขึ้นมาหนึ่ง
Field ตั้งชื่อว่า Paris Turns ช่อง Usage
Type เลือกเป็น Restriction แล้วกด OK
ต่อไปให้กดที่ Evaluators...
ที่ช่อง Type ของ Paris Turns ให้เลือกเป็น Constant แล้วกด OK
กด Next
กด Directions…
ช่อง Display Length Units ให้เปลี่ยนเป็น Meters
แล้วไปที่แถบ Street Name Fields ช่อง Name
เลือก FULL NAME -> แล้วคลิก OK
-> แล้วคลิก Next
ให้ทำการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดถ้ามีข้อผิดพลาดสามารถกด
<Back
เพื่อกลับไปแก้ไขได้ แต่ถ้าถูกต้องแล้วให้กด Finish ได้เลย
ตรงนี้เค้าจะถามว่า Network Dataset ได้ออกแบบเสร็จแล้วต้องการจะสร้างตอนนี้เลยหรือไม่ ให้ตอบ Yes
กด Close
กด Yes
จากนั้นจะมีเส้นโครงข่าย และจุดปรากฏขึ้น จากนั้นไปที่
Tool
Bar แล้วเอาเครื่องมือ Network Analyst ออกมา
วิเคราะห์เส้นทางที่ดีที่สุด(Best
route analysis)
จากนั้นไปคลิกที่ Network Analyst -> คลิก New Route
จากนั้นไปคลิกที่ Network Analyst -> คลิก New Route
จากนั้นไปคลิกที่ Show/Hide Network
Analyst Window
จากนั้นให้ปิดชั้นข้อตัวอื่นลงไปเหลือไว้เฉพาะข้อมูล Street แล้วทำการกำหนดจุดขึ้นมา โดยไปคลิกที่ Create Network Location
Tool
ให้ทำการจุดการเดินทาง จุด 1 กับ จุด 2 เมื่อวางจุดเสร็จแล้วจะเห็นว่าที่แถบ
Network Analyst ตรง Stops ก็จะเพิ่มเป็น 2
จุด
จากนั้นคลิกที่ Route Propertise
จะมีหน้าต่าง Layer Properties ปรากฏขึ้น ->
ให้ไปคลิกที่แถบ Analysis Settings -> ช่อง
Impedance ให้เลือก Meters (Meters) -> แล้วคลิก OK
จากนั้นคลิกที่ Solve ก็จะได้เส้นทางขึ้นมา
ซึ่งเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด ที่เชื่อมระหว่างจุดที่ 1 กับ
จุดที่ 2
ถ้าต้องการจะดูรายละเอียดของเส้นถนนให้ไปคลิกที่ Directions
Window ก็จะได้หน้าต่าง Directions ขึ้นมา
ซึ่งจะโชว์รายละเอียดทั้งหมด จากจุด1 ไป จุด2 และจะแสดงภาพแผนที่ให้ด้วย
วิธีการ Save ข้อมูล ไปทาแผนที่ -> โดยไปคลิกขวาที่ Routes -> ไปที่ Data
-> คลิก Export Data...
การเคลื่อนย้ายจุดหรือตำแน่งของจุด ให้ไปคลิกที่ Select/Move
Network Location Tool จากนั้นไปคลิกที่จุดที่ต้องการย้าย
โดยคลิกค้างไว้แล้วลากไปยังจุดที่ต้องการ แล้วกด Solve ก็จะได้เส้นทางใหม่
การวิเคราะห์พื้นที่ให้บริการ (Service
area analysis)
จากนั้นไปคลิกที่ Network Analyst -> คลิก New Service Area
จากนั้นไปคลิกที่ Network Analyst -> คลิก New Service Area
จากนั้นทำการกำหนดจุดขึ้นมา โดยคลิกที่Create
Network Location Tool แล้วทำการจุดไปยังพื้นที่ที่ต้องการ
จากนั้นไปที่หน้าต่าง Network Analyst แล้วคลิกที่ Service Area Properties
จะมีหน้าต่าง Layer Properties ปรากฏขึ้นมา
จากนั้นคลิกที่แถบ Analysis Settings -> ช่อง Impedance
ให้เลือก Minutes (Minutes) -> ช่อง Default
Breaks ให้ใส่ 10 -> แล้วคลิก OK
แล้วไปคลิกที่ Solve จากนั้นจะได้ Service
Area มา ซึ่งเป็นข้อมูลแบบ Polygon หรือเป็นข้อมูลพื้นที่
นอกจากนี้เรายังสมารถกำหนด Service
Area ได้มากว่า 1 วง โดยไปคลิกที่ Service
Area Propertie ตรงหน้าต่าง Layer Properties ให้กำหนด
Impedance ใหม่เป็น Meters (Meters) -> ช่อง Default Breaks ให้ใส่ 500,1000,1500
-> แล้วคลิก OK
จากนั้นคลิกที่ Solve ก็จะแสดงผลการวิเคราะห์พื้นที่บริการโดยแบ่งเป็น
500,1000,1500
จากนั้นให้ทำการเปลี่ยนสี โดยไปที่ Table
Of Contents -> ไปที่ข้อมูล Polygons จานนั้นก็ให้ทำการเปลี่ยนสีชั้นข้อมูล
500 , 1000 และ 1500
เราสามารถเพิ่มจุดหลายๆจุดก็ได้
เพื่อที่จะทำการเปรียบเทียบในแต่ละพื้นที่ โดยไปเพิ่มจุดขึ้นมา แล้วคลิก Solve
จากนั้นให้ทำการ Remove -> Service Area ออกไป
การวิเคราะห์หาสิ่งอานวยความสะดวกที่ใกล้ที่สุด (Closest
facility analysis)
คลิกที่ Network Analyst -> เลือกคำสั่ง New
Closest Facility
ในการกำหนด Closest Facility จะมีการนาเข้า 2
อย่าง
1. การกำหนด Facilities คือสร้างจุด รพ. ให้เราไปคลิกที่ Facilities ให้ขึ้น highlight แล้วทำการเพิ่มจุดมา 4 จุด -> แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น รพ.1 , 2 , 3 , 4 ตามลำดับ
1. การกำหนด Facilities คือสร้างจุด รพ. ให้เราไปคลิกที่ Facilities ให้ขึ้น highlight แล้วทำการเพิ่มจุดมา 4 จุด -> แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น รพ.1 , 2 , 3 , 4 ตามลำดับ
2. ให้ทำการกำหนด Incidents คือจุดผู้ป่วยหรืออุบัติเหตุ ให้เราทำการคลิกที่ Incidents ให้ขึ้น highlight แล้วทำการจุดอุบัติเหตุมา 10
จุด ลงในพื้นที่ แล้วทำการเปลี่ยนชื่อเป็นอุบัติเหตุ 1, 2,
3,…, 10 ตามลำดับ
จากนั้นให้ทำการหาระยะทางที่สั้นที่สุดหรือเร็วที่สุด
โดยไปคลิกขวาที่ Closest Facility -> คลิก Properties
จะมีหน้าต่าง Layer Properties ปรากฏขึ้นมา ->
จากนั้นคลิกที่แถบ Analysis Settings -> ช่อง
Impedance เลือก Meters (Meters) -> แล้วคลิก OK
แล้วคลิก Solve จะเห็นว่า Impedance แต่ละอันจะทำการเชื่อมไปหา Facilities ที่ใกล้ที่สุด
จากนั้นไปคลิกขวาที่ Router -> คลิก Open Attribute Table
จะมีหน้าต่าง Table ปรากฏขึ้นมา ให้ตรวจสอบระยะทาง
ว่ามีระยะทางเท่าไรบ้าง
เราสามารถที่จะเปลี่ยน Impedance
ได้ โดยไปคลิกขวาที่ Closest Facility -> คลิก
Properties จะมีหน้าต่าง Layer Properties ปรากฏขึ้นมา -> จากนั้นคลิกที่แถบ Analysis
Settings -> ช่อง Impedance เลือกให้เปลี่ยนหน่วยเป็น
Minutes (Minutes) -> แล้วคลิก OK
แล้วไปคลิกที่ Solve ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะโชว์เป็นแบบ Minutes
จากนั้นให้ทำการ Remove -> Closest Facility ออก
การวิเคราะห์ต้นทุนการเดินทางหรือระยะเวลา (Origin-Destination
cost matrix analysis)
ให้ไปคลิกที่ Network Analyst -> คลิก New OD Cost Matrix
ให้ไปคลิกที่ Network Analyst -> คลิก New OD Cost Matrix
แล้วคลิกที่ Create Network Location Tool จากนั้นทาการวางจุด
Origins หรือจุดเริ่มต้น โดยไปคลิกที่ Origins ให้ขึ้น highlight แล้วทาการวางจุดมา 4 จุด แล้วทำการเปลี่ยนชื่อ ว่าคลังสินค้า 1 , 2 , 3 , 4 ตามลำดับ
จากนั้นไปกำหนด Destinations ซึ่งเป็นจุดปลายหรือร้านค้าปลีก
โดยไปคลิกที่ Destinations ให้ขึ้น highlight แล้วทำการวางจุดมา 6 จุด แล้วทำการเปลี่ยนชื่อว่า
ร้านค้าปลีก 1 , 2 , 3,…, 6 ตามลำดับ
จากนั้นไปคลิกที่ OD Cost Matrix
Properties จะมีหน้าต่าง Layer Properties ปรากฏขึ้น
ให้คลิกที่แถบ Analysis Settings -> ช่อง Impedance
เลือก Meters (Meters) -> แล้วคลิก OK
แล้วคลิก Solve จากนั้นโปรแกรมจะทำการคำนวณระยะทางที่สั้นที่สุด
แล้วแสดงผลออกมา
เราสามารถตรวจสอบระยะทางได้ โดยไปคลิกขวาที่ Lines
-> คลิก Open Attribute Table จากนั้นจะมีหน้าต่าง
Table ปรากฏขึ้นมา
ถ้าเราเอาเมาส์ไปคลิกที่ช่องในตารางให้ขึ้นเป็นสีฟ้า
มันจะแสดงระยะทางของเส้นให้เราดู














































































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น