Lab 2 ความสัมพันธ์ระหว่างตาราง

เรื่องความสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ


โดยความสัมพันธ์จะมีแบบ 4 แบบ คือ
1. หนึ่งต่อหนึ่ง (One to one) คือ หนึ่งข้อมูลหรือหนึ่งเรคคอร์ด จะมีความสัมพันธ์กับอีกหนึ่งข้อมูลหรือหนึ่งเรคคอร์ดโดยไม่ซ้ำกัน
2. หนึ่งต่อกลุ่ม (One to many) คือ หนึ่งข้อมูลหรือหนึ่งเรคคอร์ด จะมีความสัมพันธ์ได้หลายข้อมูลหรือหลายเรคคอร์ด
3. กลุ่มต่อหนึ่ง (Many to one)คือ หลายข้อมูลหรือหลายเรคคอร์ด จะมีความสัมพันธ์ได้กับหนึ่งข้อมูลหรือหนึ่งเรคคอร์ด
4. กลุ่มต่อกลุ่ม (Many to many) คือหลายข้อมูลหรือหลายเรคคอร์ด จะมีความสัมพันธ์ได้กับหลายข้อมูลหรือหลายเรคคอร์ด โดยที่จะซ้ำกันได้

การรวมตารางโดยการ Joins หรือ Relate
การ Joins
                ออกแบบมาเพื่อเชื่อมควมสัมพันธ์ ระหว่างตารางแบบ One-to-one หรือ Many-to-one
                
                หากใช้คำสั่ง Join กับตารางที่มีความสัมพันธ์แบบอื่น จะทำให้การเชื่อมตารางมีความผิดพลาด  บางเรคคอร์ดจะขาดหายไป


วิธีการ Joins
เปิดข้อมูล ที่เป็น Shapefile SOIL_GRP


โดยแผนที่ชุดดินที่เปิดมานั้น จะแบ่งเป็นโพลิกอน และในแต่ละโพลิกอนก็จะแบ่งเป็นชุดดินที่มีความแตกต่างกัน

จากนั้น ให้เราคลิกขวาเพื่อดูข้อมูลของแผนที่ชุดดินนี้ หรือ Open Attribute Table  ขึ้นมา โดยการคลิกขวา ที่ชั้นข้อมูล SOIL_GRP จะมีตารางขึ้นมา ในส่วนของตารางก็จะประกอบด้วยฟิลด์ต่างๆ และในฟิลด์ก็จะเก็บข้อมูลต่างๆเอาไว้


ต่อไป ถ้าเราต้องการจะวิเคราะห์ข้อมูล เราต้องมีข้อมูลมากกว่านี้ โดยตอนนี้เราไม่รู้ว่า SOIL_ID เป็นชุดดินอะไร ดังนั้นเราจะเพิ่มตาราง SOIL_CODE  โดยการเลือก SOILCODE แล้วลากเมาส์มาเปิดใน Traning Area หรือ พื้นที่แสดงข้อมูล


จากนั้นให้เรา เปิดตารางข้อมูล หรือ Open


จะเห็นได้ว่าในตารางจะมีฟิลด์ที่ชื่อว่า SOIL_DEF (Defination) หรือ คำอธิบายชุดดินนั่นเอง จะเป็นตัวที่บอกว่า SOIL_CODE นั้น คือ ชุดดินอะไร เมื่อเรานำไปใช้คำอธิบายก็จะติดไปด้วย


ดังนั้น ก่อนที่เราจะทำการรวมตาราง เราต้องดูความสัมพันธ์ของตารางก่อน ว่าตารางของ SOIL_GRP กับ SOIL_CODE มีความสัมพันธ์แบบใด แต่ในที่นี้ เราจะเห็นได้ว่า ภายใน 1 ID จะมีคำอธิบายได้ คำอธิบายเดียว ดังนั้นจึงเป็นความสัมพันธ์แบบ 1 ต่อ 1 ต่อไป ให้เราเลือกฟิลด์ที่เก็บข้อมูลแบบเดียวกัน โดยสองตารางต้องมีเหมือนกัน คือ SOIL_ID

***ข้อควรระวัง คือ ชื่อฟิลด์อาจจะไม่เหมือนกัน แต่ว่าข้อมูลอาจจะเหมือนกัน ดังนั้นต้องดูข้อมูลในตาราง


เราจะเริ่มการ Joins โดยจะให้ตาราง SOIL_GRP เป็นตัวตั้งต้น เมื่อเราต้องการที่จะรวมตาราง วิธีการคือ ให้เราไปที่ Table option  -->  Joins and Relates --> Joins


จะขึ้นหน้าต่าง Joins Data จะมีหัวข้อให้เราเลือก 3 หัวข้อ คือ
1.ให้เลือกฟิลด์ที่อยู่ใน SOIL_GRP เป็นตัว Joins โดยใช้ SOIL_ID
2. เป็นตารางที่เราจะนำมารวม ในที่นี้คือ SOIL_CODE
3. เป็นการเลือกฟิลด์จากข้อ 2. คือ SOIL_ID


จากนั้นกด OK จะได้ฟิลด์ของ SOIL_CODE เพิ่มมาในตาราง SOIL_GRP ซึ่งมีคำอธิบายเรียบร้อยแล้ว
เราก็สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ได้แล้ว




การ Relates
            เป็นการเชื่อมตารางด้วยคำสั่ง Relate จะคล้ายกับการ Join คือ ชื่อฟิลด์ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อเดียวกัน     แต่ต้องเป็นฟิลด์ประเภทเดียวกัน
หลังจากที่เราเชื่อมตารางแล้ว ตารางจะแตกออกจากกัน จะไม่เหมือนการใช้คำสั่ง Joins ที่ตารางจะถูกรวมกัน

วิธีการ Relate
                เปิดข้อมูลโพลิกอนที่ชื่อว่า AMPHOE ลากเข้ามาเปิดใน พื้นที่แสดงข้อมูล จะเป็นขอบเขตการปกครอง


ให้เราลองเปิดโดยการเปิดตาราง หรือ Open Attribute Table ดูว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง แต่ในที่นี้ เราต้องการจะดูว่าในแต่ละอำเภอมีกี่หมู่บ้าน และมีหมู่บ้านชื่อว่าอะไรบ้าง โดยให้เราคลิกขวาที่ AMPHOE 


จะได้ข้อมูลตารางดังนี้


โดยตารางที่เก็บชื่อหมู่บ้าน จะมีชื่อว่า Village โดยเลือกเปิดจากข้อมูล Village_Relate จากนั้นให้เราเปิดตารางดู หรือ Open  เพื่อดูข้อมูล โดยคลิกขวาที่ Village_Relate และกด Open


จะได้ข้อมูลดังตารางต่อไปนี้


จากนั้นก่อนที่เราจะรวมตาราง เราต้องดูความสัมพันธ์ก่อน ในที่นี้เป็นแบบ หนึ่งต่อกลุ่ม ต่อไปให้เราพิจารณาฟิลด์ที่จะเอามาเชื่อม
            ให้เราคลิกที่ Table option ของตาราง จากนั้นเลือก Joins and Relates --> Relate


จะขึ้นหน้าต่าง Relate Data จะมีหัวข้อให้เราเลือก 4 หัวข้อ คือ
1. เลือกฟิลด์จากตัวตารางตั้งต้น คือ AMP_CODE
2. เลือกตารางที่จะนำไปเชื่อมคือ Village_Relate
3. เลือกฟิลด์ที่จะนำมาเป็นตัวรวม คือ AMP_CODE
4. เป็นการตั้งชื่อการ Relate ซึ่งเราสามารถจะเปลี่ยนได้


เมื่อเราเซตค่าเรียบร้อยแล้ว ให้กด OK ชื่ออำเภอก็จะเข้าไปอยู่ในชื่อหมู่บ้าน แต่ว่าข้อมูลจะยังไม่ขึ้นให้เราเลือกที่ Table option  --> Related Tables --> เลือกข้อมูลของเราที่ Relate ไว้


จะขึ้นตารางมาให้เรา


แต่ในการ Joins หรือ Relate เป็นการรวมแบบชั่วคราวเท่านั้น เราต้องทำการ Export  หรือ Save ข้อมูลนั่นเอง


การคำนวณหาค่าเฉลี่ยสถิติ
            ค่าเฉลี่ยที่ได้จะเป็นค่าเฉลี่ยเบื้องต้น เช่น น้อยที่สุด มากที่สุด ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติแบบง่ายๆ

วิธีการหาค่าเฉลี่ยสถิติ
            ให้เราคลิกขวาที่ AREA --> เลือก Statistics


จะได้กราฟขึ้นมา จะเป็นค่าสถิติเบื้องต้น ข้อมูลที่เราจะได้มา ได้แก่
1. Count  คือ จำนวนของโพลิกอน หรือจำนวนของเรคคอร์ด
2. Minimum  คือ ค่าต่ำที่สุด
3. Maxinum  คือ ค่าสูงที่สุด
4. Sum คือ ผลรวม
5. Mean คือ ค่าเฉลี่ย
6. Standard Deviation คือ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
7. ส่วนของกราฟเบื้องต้น
เราสามารถเปลี่ยนฟิลด์ได้ ถ้าเราต้องการข้อมูลอื่นๆ  



วิธีการสร้างกราฟ
            ให้เราไปที่คำสั่ง View --> Graphs --> Create


จะขึ้นหน้าต่าง Create Graph Wizard
ในส่วนแรก คือ Graph type = Vertical Bar ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนรูปแบบของกราฟได้ในส่วนนี้ มีทั้งแนวตั้ง แนวนอน กราฟแท่ง กราฟเส้น เป็นต้น
ส่วนที่สอง คือ Layer/Table = AMPHOE เป็นข้อมูลที่เราจะแสดงกราฟ
ส่วนที่สาม คือ Value field = AREA  เป็นฟิลด์ที่เราต้องการแสดงกราฟ สามารถทำการปรับค่าได้เลย หรือ จะ Next ไปก่อนก็ได้แล้วค่อยมาเซตค่าทีหลัง
จากนั้นให้เรากด Next >


ต่อไปเราจะเปลี่ยนชื่อกราฟ ให้เราดูที่ Title ภายในช่องจะสามารถเปลี่ยนชื่อได้ตามเราต้องการ
ส่วนตรงกราฟที่เป็น Legend ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นสีอะไร ต่างๆ เราสามารถใส่ Title ได้ และ Position คือ ตำแหน่งของตัว Legend สามารถเปลี่ยนได้ เช่น ซ้าย ขวา เป็นต้น


จากนั้นให้กด Finish ได้เลย ถ้าเราเปลี่ยนค่าตามที่ต้องการแล้ว  ภาพที่ได้ก็จะเป็นตัวกราฟออกมา ต่อไปเราจะทำการเปลี่ยนชื่อกราฟ คลิกขวาที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวกราฟ แล้วเลือกที่ Advanced Properties....


ต่อไปให้เลือกที่ Titles จะทำการเปลี่ยน  Font  ให้คลิกแท็ปที่ชื่อว่า Text จากนั้นจะมีแท็ปย่อยที่ชื่อว่า Font เพื่อทำการเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร 
ถ้าต้องการจะเพิ่มหรือลดขนาดตัวอักษร ให้เปลี่ยนที่ Size เพิ่มหรือลดขนาดตัวอักษรได้ 
ถ้าจะทำการเปลี่ยนสีให้คลิกที่ Color...ได้เลย
ถ้าจะเลือกแบบตัวอักษร ว่าจะให้เป็นตัวหนา ตัวเอียง เป็นต้น โดยเลือกที่หัวข้อ Style


ถ้าเราต้องการจะเปลี่ยนตัวของ Legend ให้เราไปคลิกเลือก Legend ถ้าจะเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรก็สามารถเปลี่ยนโดยไปคลิกที่ Title --> Title


ถ้าเราต้องการจะเปลี่ยนรูปแบบของกราฟ ให้เราคลิกขวาในตัวกราฟ  แล้วเลือก Properties จะมีหน้าต่างที่ชื่อว่า Graph Properties of …. ซึ่งจะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ Series กับ Appearance ให้เราดูที่แท็ปที่ชื่อว่า Series จากนั้น ดูที่ Bar style เราสามารถเลือกเปลี่ยนได้ตามที่เราต้องการ และเปลี่ยนสีได้ ตรงคำว่า Color


เมื่อเราเปลี่ยนแล้วให้กด OK จะได้เป็นภาพต่อไปนี้


ถ้าเราต้องการจะทำให้เป็นรูปแบบ สามมิติ หรือ 3D ให้เราคลิกแท็ปที่ชื่อว่า Appearance ให้เราคลิกเครื่องหมายถูกหน้าคำสั่ง Graph in 3D viaw จากนั้นกด OK เราจะได้กราฟออกมาเป็นสามมิติ




การนำกราฟไปใช้งาน หรือ ทำรายงาน
                ให้เราเลือกคำสั่ง View --> Reports --> Create Report…


จะขึ้นหน้าต่างขึ้นมา คือ Report Wizard ให้เราดูตรง Layer/Table ให้เราเลือกข้อมูลหรือฟิลด์ที่จะนำไปเป็นตัวรายงาน


ต่อไปให้เราเลือกข้อมูลไปสร้างรายงาน จากช่อง Available Fields ไปเพิ่มในช่อง Report Fields โดยใช้ เครื่องหมาย >> หรือ << เป็นตัวเพิ่มหรือลดข้อมูล จากนั้นให้กด Next 
  

จะขึ้นหน้าต่อไป คือ Report Fields คือข้อมูลที่ต้องการจะให้แสดง


แต่ถ้าต้องการจัดกลุ่มข้อมูล ก็สามารถทำได้ โดยเลือกที่ตัวข้อมูลเอง จากนั้นกด Next 


การจัดลำดับต่างๆ เช่น เรียงตามอักษร เรียงตามพื้นที่ เป็นต้น ให้เราเลือกข้อมูล ในช่องของฟิลด์



ในหัวข้อ Sort จะมีการเรียงให้เราเลือก ได้แก่  Ascending คือการเรียงจากน้อยไปมาก ส่วน Descending คือการเรียงจากมากไปน้อย จากนั้นให้เรากด Next 


จากนั้นให้เราเลือก Layout และ Orientation รูปแบบของรายงาน



ต่อไปเป็นการเลือกตัวอักษรตามเมืองตามที่เราต้องการ


และสามารถเปลี่ยนชื่อรายงานได้ จากนั้นกด Finish จะขึ้นตัวรายงงานขึ้นมา ในหน้าต่าง Report Viewer


ถ้าหากเราต้องการที่จะเปลี่ยนสีหัวข้อรายงาน ให้เลือกคำสั่ง Edit the report properties


จะขึ้นหน้าให้เราสามารถเปลี่ยนได้


หากต้องการจะ Save งาน ให้เลือกที่คำสั่ง Save report output to file


ถ้าต้องการ Export ที่เราสามารถจะเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ได้ ให้เลือก Export report to file


ต้องการ Export ไปใน Arcmap Layout ให้เราเลือกที่คำสั่ง Add report to Arcmap Layout


จะขึ้นข้อมูลในรูปแบบแผนที่ จากนั้นให้เราเลือกปรับขนาดตามที่เราต้องการ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น